WORK-LIFE BALANCE

Thursday, 23 April 2020

หัวหน้าทัวร์ต้องพูดได้กี่ภาษา? (Beeline Academy)



เมื่อปี 2016 แพมตั้งใจก่อตั้ง Beeline Academy โรงเรียนอบรมหัวหน้าทัวร์ ขึ้นมาเพื่อเป็นการพัฒนาบุคลากรทางด้านการท่องเที่ยว และเฟ้นหาหัวหน้าทัวร์หน้าใหม่เข้ามาร่วมงานกับบริษัทบีไลน์ทัวร์ Beeline Tours & Travel และบริษัทอื่นๆที่ต้องการ เพราะบริษัททัวร์จำนวนมากประสบปัญหาขาดแคลนหัวหน้าทัวร์ในช่วงฤดูการท่องเที่ยวอย่างสงกรานต์ ทำให้เกิดการจ้างงานหัวหน้าทัวร์ที่ไม่มีคุณภาพส่งผลให้ลูกค้าไม่พึงพอใจในความสามารถ และการบริหารของหัวหน้าทัวร์ที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้เป็นจำนวนมาก

จากประสบการณ์ต้องบอกเลยว่าการที่หัวหน้าทัวร์มีบัตรผู้นำเที่ยวออกให้โดนการท่องเที่ยวนั้นไม่ได้แปลว่าเขาสามารถนำทัวร์ได้ดี เพราะหลักสูตร และการทดสอบไม่ได้เน้นสอนให้เขาเป็นหัวหน้าทัวร์ outbound (พานักท่องเที่ยวไทยไปต่างประเทศ) แต่เน้นให้เขาทำ inbound (พานักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวประเทศไทย) มากกว่าซึ่งเราจะเรียกไกด์ประเภทนี้ว่ามัคคุเทศก์ไม่ใช่หัวหน้าทัวร์ (อ่านต่อ: ความแตกต่างระหว่างมัคคุเทศก์ กับหัวหน้าทัวร์) แพมเลยใช้ช่องว่างตรงนี้ลองเปิดหลักสูตรชื่อว่า Tour Leader 1, Tour Leader 2 และ Tour Leader Private Class ขึ้นมา ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจมากทั้งคนสมัครเรียน หัวหน้าทัวร์มืออาชีพที่เห็นด้วยกับแนวทางการ และวิสัยทัศน์ของโรงเรียนทำให้มีหัวหน้าทัวร์เก่งๆอยากมาร่วมงานกับ Beeline มากขึ้น และนี่เป็นหนึ่งในบทความที่แพมเขียนขึ้นมาเป็นการโปรโมทโรงเรียนในช่วงนั้น เดี๋ยวจะทยอยเอามาลงเรื่อยๆ อย่าตกใจถ้าใช้ "ครับ" เพราะเป็น strategic decision เพื่อให้เกิด character และอารมณ์ของแบรนด์ที่แตกต่าง...


. . .


หลายคนมักจะเข้าใจว่า หัวหน้าทัวร์จะต้องพูดได้หลายๆภาษา “ไปประเทศไหนก็ต้องพูดภาษานั้นๆได้” แต่ความจริงไม่ใช่เลยครับ จริงๆแล้วหัวหน้าทัวร์จำเป็นต้องพูดได้เพียงแค่ 3 ภาษาเท่านั้น ลองเดาซิครับว่ามีภาษาอะไรบ้าง?

1. ภาษาอังกฤษ:


ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ภาษาจีน และภาษาสเปน จะเป็นภาษาที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก แต่ภาษาอังกฤษก็ยังมีความสำคัญอยู่มากเช่นกันครับ โดยเฉพาะสำหรับหัวหน้าทัวร์ เพราะว่าภาษาอังกฤษยังคงเป็นภาษาสากลของโลก ที่แทบทุกประเทศยอมรับ และใช้ในการติดต่อธุรกิจ สื่อสาร และการค้นคว้าหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ หรือบทความต่างๆในอินเตอร์เน็ต ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นภาษาอังกฤษทั้งนั้นครับ

แล้ววันหนึ่งถ้าคุณต้องไปประเทศที่เขาไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักล่ะ? ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ตาม พนักงานที่สนามบิน โรงแรมชั้นนำ หรือหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว ก็ต้องพูดภาษาอังกฤษได้บ้างครับ แม้จะพูดเป็นประโยคไม่ได้ แต่ก็อาจจะพูดได้เป็นคำๆ และที่สำคัญ ป้ายหลายๆจุดมักจะมีภาษาอังกฤษคู่กับภาษาท้องถิ่นเสมอ ถึงพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง แต่อย่างน้อยก็ยังพออ่านจากป้ายได้

ข้อดีของภาษาอังกฤษอีกหนึ่งเรื่องก็คือ การใช้ตัวอักษรโรมัน หรือเรียกอีกอย่างว่าอักษรลาตินครับ ถึงคุณจะไปในประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ แต่คุณก็ยังอ่าน และพอจะเดาภาษาของเขาได้ครับ ภาษาเหล่านั้นได้แก่ (1) กลุ่มภาษา Germanic เช่น เยอรมัน ดัช และ สวีเดน และ (2) กลุ่มภาษา Romance เช่น ภาษาฝรั่งเศส สเปน และ อิตาเลียน เป็นต้นครับ คราวหน้าไปประเทศเหล่านี้อย่าลืมไปทดสอบตัวเองดูนะครับ ว่าอ่านรู้เรื่องจริงรึเปล่า

ถ้าคุณไม่ได้เน้นเป็นหัวหน้าทัวร์ประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น หัวหน้าทัวร์ญี่ปุ่น (true guide) ผมแนะนำว่าให้ตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษดีกว่าครับ แล้วคุณจะได้เปิดโลก แถมการทำงานของคุณจะง่ายขึ้นอีกไม่รู้กี่เท่าเลยล่ะ

อีกเรื่องที่คุณจะลืมไม่ได้คือคุณจะเจอลูกค้าที่มีความรู้ดีแน่นอน แล้วถ้าตัวคุณเองไม่ใฝ่หาความรู้ ไม่พัฒนาตนเอง ไม่ฝึกภาษา คุณก็ต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่า จะทำอาชีพเป็น Tour Leader ได้อย่างไร? Leader แปลว่า ‘ผู้นำ’ ถ้าเป็นตัวคุณ ก็คงไม่อยากให้คนไม่มีความรู้มานำคุณใช่ไหมครับ?


2. ภาษาไทย:


อย่าคิดว่าภาษาไทยง่ายนะครับ การเป็นหัวหน้าทัวร์ หลายครั้งคุณจำเป็นต้องใช้ภาษาไทยที่เป็นทางการพอสมควร บางทีคุณจะต้องแปล และอธิบายเนื้อหาต่างๆ ให้คนหมู่มากฟัง การที่คุณออกเสียงภาษาไทยไม่ชัดเจน และต้องพูดเป็นเวลานานนั้นจะทำให้ผู้ฟังรำคาญ และไม่สนใจสิ่งที่คุณพูดในที่สุด อีกอย่างที่คุณจะต้องระวังคือการคัดสรรคำที่เอามาใช้ โดยเฉพาะเวลาที่คุณอธิบายประวัติศาสตร์ หลายครั้งคุณจำเป็นต้องเล่าเรื่องของราชวงศ์ การใช้คำราชาศัพท์ที่เหมาะสมและพอควรเป็นเรื่องสำคัญ คุณไม่ควรใช้มากเกินไป จนไม่มีใครฟังเรื่องที่คุณเล่ารู้เรื่องเลย นอกจากนั้นการใช้ภาษาและคำศัพท์ที่เป็นบวก พยายามหลีกเลี่ยงคำว่า “ไม่” โดยใช้คำพูดอื่นที่มีความหมายเดียวกันแทน เพื่อให้ฟังดูนุ่มนวล และมีมารยาท


3. ภาษาคน:


เอาจริงๆ ภาษาคนนี่สอนกันยากนะ ผมเคยเจอหัวหน้าทัวร์ท่านหนึ่งประวัติดีมาก เรียนสูง เป็นอาจารย์สอนวิชาหัวหน้าทัวร์ในมหาวิทยาลัยด้วย แต่เวลาผมถามอะไรเขา เขาไม่เคยตอบตรงคำถามเลยครับ เหมือนโฉบๆ แต่ไม่เข้าประเด็นสักที เลยอยากจะฝากไว้นิดนึงว่าภาษานี้อาจจะดูเหมือนง่าย แต่ความจริงยากที่สุดแล้วครับ

แน่นอนว่าการพูดภาษาได้มากกว่า 3 ภาษานี้เป็นสิ่งที่ดีครับ ยิ่งคุณพูดภาษาได้หลายภาษา คุณก็จะมีช่องทางหาความรู้มากขึ้น และมีโอกาสมากขึ้นด้วยครับ



BEELINE ACADEMY - beelineacademy.com
สนใจคอร์ส โปรดให้ ชื่อ เบอร์โทร และ อีเมล์ ทาง Inbox หรือ LINE @beelinetour ครับ



. . .



ตัวอย่างโพสต์จริงใน Facebook เมื่อปี 2016 คลิ๊กลิงค์






Photo by Jonas Togo from Pexels
SHARE:

No comments

Post a Comment

Blogger Template Created by pipdig