WORK-LIFE BALANCE

Sunday, 26 April 2020

6 แบรนด์ต้องซื้อเมื่อไปสเปน



ขณะที่ทำงานตำแหน่ง Marketing Communication Manager ที่บริษัทบีไลน์ทัวร์ (Beeline Tours & Travel) ได้มีโอกาสเดินทางไปหลายประเทศ และบ่อยครั้งจะนำประสบการณ์เรื่องราว และข้อสังเกตที่ได้เจอรวบรวมมาเขียนเป็นบทความลงใน Facebook Page และ Newsletter ของบริษัท เนื่องจากเวลาเขียนเกี่ยวกับช้อปปิ้งแล้ว Feedback หรือยอด Engagement ค่อนข้างดีจึงมีซีรี่ย์ที่เกี่ยวกับช้อปปิ้งหลายบทความ ตอนนี้พยายามรวบรวมบทความที่เคยเรียนเอามาลงในบล็อกของตัวเองเพื่อเก็บสะสมเป็นผลงาน แม้ข้อมูลหลายส่วนจะยังตรงกับปัจจุบัน ข้อมูลบางประการอาจจะไม่อัพเดทเพราะโพสต์นี้เป็นการนำบทความเก่าที่เขียนขึ้นเมื่อปี 2016 มาลงใหม่ หากจะไปเที่ยวประเทศสเปนกรุณาเช็คข้อมูลอีกครั้งก่อนเดินทางค่ะ

หมายเหตุ: ที่ใช้คำว่า 'ครับ' เพราะ Admin เพจที่โพสต์เป็นผู้ชาย เลยอยากคงบุคลิกของแบรนด์ไว้

. . .

6 แบรนด์ต้องซื้อเมื่อไปสเปน

ประเทศสเปน เป็นประเทศที่มีสินค้าดังๆมากมาย จึงทำให้ผมตัดสินใจอยู่นานว่าจะนำเสนอสินค้าตัวไหนดี แถมสินค้าบางตัวยังเป็นสินค้าที่คุณคุ้นเคยสุดๆ แต่เชื่อว่าหลายคนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามาจากประเทศสเปน! มาดูกันเลยดีกว่าครับว่ามีสินค้าอะไรบ้าง...

1. Zara - ซาร่า

เป็นเวลากว่า 40 ปี เท่านั้น ซาร่าสามารถเติบโตจนปัจจุบันเป็นร้านเสื้อผ้าที่มีสาขาไม่ต่ำกว่า 2,000 สาขาทั่วโลก แนวคิดของเสื้อผ้าซาร่าเกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจที่อยากจะทำเสื้อผ้าที่ดูดี เหมือนเสื้อผ้าไฮเอนด์ในราคาย่อมเยา บวกกับกระแสแฟชั่นที่มาเร็วไปเร็ว และความนิยมซื้อเสื้อผ้าราคาไม่แพงมากแต่เปลี่ยนบ่อยเพิ่มมากขึ้น ทำให้เสื้อผ้าซาร่าตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการดูดี โดยไม่ต้องใช้ของแพงครับ

รู้หรือไม่ว่า Zara และ แบรนด์เสื้อผ้าวัยรุ่นอย่าง Bershka, Pull and Bear และ Stradivarius นั้นอยู่ในเครือบริษัทเดียวกัน คราวหน้าไปสเปนอย่าลืมแวะให้ครบทุกร้านนะครับ เพราะถึงแม้ซาร่าจะมีร้านอยู่ในประเทศไทย แต่ร้านที่สเปนมักจะมีแบบให้เลือกเยอะกว่า และมีการลดราคาประจำปี 2 ครั้ง คือ (1) Winter Sale - มกราคม-กุมภาพันธ์ และ (2) Summer Sale - กรกฎาคม-สิงหาคมครับ



2. Loewe และ Balenciaga - โลเอเว่ และ บาลองเซียก้า

สเปนเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงเรื่องการทำเครื่องหนังมาก เพราะมีหนังที่มีคุณภาพ และฝีมือการผลิตที่ปราณีต แบรนด์เครื่องหนังเก่าแก่ที่สุดยี่ห้อหนึ่งของสเปนคือ Loewe เกิดขึ้นในปี 1846 ที่กรุงมาดริด ด้วยการออกแบบที่สวยงามและไม่ตกยุค เครื่องหนังของ Loewe จึงยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มผู้หลงไหลแฟชั่นทั่วโลก



อีกหนึ่งแบรนด์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ Balenciaga ซึ่งเป็นแบรนด์ในดวงใจสาวไทยหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหนัง เสื้อผ้า และกระเป๋า ล้วนแล้วแต่ทนทาน สะดวกต่อการใช้งาน และสวยงามมาก นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ชื่อ Mr. Cristobal Balenciaga ถูก Mr. Christian Dior ยกย่องให้เป็นปรมจารย์แห่งวงการแฟชั่นเลยทีเดียว

3. Manolo Blahnik - โมโนโล บลาห์นิก

รองเท้า Manolo Blahnik มีเอกลักษ์ที่การใช้ผ้าซาตินมาหุ้มรองเท้า ให้ดูมีความอ่อนโยน และหวานแบบผู้หญิง แถมรองเท้ายี่ห้อนี้ยังถูกพูดถึงหลายครั้งในซีรี่ย์ดัง Sex and the City อีกด้วย

บลาห์นิก (นักออกแบบ) เริ่มสนใจแฟชั่นเพราะแม่ของเขา ผู้ที่พิถีพิถันกับการแต่งตัวมาก เธอมักจะไม่พอใจกับรองเท้าที่วางขายตามร้านทั่วไป จึงต้องทำรองเท้าใส่เอง ทำให้บลาห์นิกได้เห็นการทำรองเท้ามาตั้งแต่เด็ก

ในช่วงแรกของการทำงาน บลาห์นิกเริ่มจากการออกแบบรองเท้าบุรุษก่อน แต่เขารู้สึกว่าไม่สามารถแสดงความคิดสร้างสรรค์ได้เต็มที่ จึงเปลี่ยนไปออกแบบรองเท้าสตรีแทน และในเวลานั้นเป็นยุค 1970s ที่รองเท้าส้นตึกกำลังเป็นที่นิยมพอดี แต่บลาห์นิก ก็ตัดสินใจออกแบบรองเท้าส้นเข็มสวนกระแส โดยเชื่อว่ารองเท้าส้นสูงนั้นเซ็กซี่ และแสดงถึงความเป็นผู้หญิงมากกว่า การตัดสินใจในครั้งนั้นทำให้บลาห์นิกแจ้งเกิดในวงการแฟชั่น และทำให้รองเท้ารุ่นนั้นเป็นรุ่นคลาสสิคจนถึงทุกวันนี้ รองเท้ารุ่นที่เป็นที่นิยมมากที่สุดได้แก่รุ่น BB Pump, Hangisi Pump, Swan Pump, Campari Pump และ Chaos Sandal ครับ



4. Real Madrid และ FC Barcelona Official Stores

เปิดโอกาสให้แฟนบอลช้อปอย่างจุใจถึงแหล่ง กับร้านขายของอย่างเป็นทางการของสโมสรฟุตบอลที่คุณชื่นชอบ ข้อดีของการซื้อของที่ Official Store คือบางสาขาจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ลักษณะเหมือนห้างสรรพสินค้าเลย มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย อาทิเช่น เสื้อผ้า ของแต่งบ้าน เครื่องครัว ของเล่นเด็ก และรองเท้ารุ่นเดียวกับนักฟุตบอลเลยก็มี รับประกันของทุกชิ้นเป็นของแท้แน่นอน

นอกจากของที่ระลึกแล้วยังสามารถเข้าไปเที่ยวชมในสนามฟุตบอลได้ด้วย ถ้าโชคดีอาจจะได้เจอนักเตะในดวงใจอีกด้วยครับ



5. Chupa Chups - จูปาจุ๊ปส์

ใช่แล้วครับ อมยิ้มจูปาจุ๊ปส์ที่เราทานเล่นกันตั้งแต่เด็กนี่แหละครับ ต้นตำหรับมาจากประเทศสเปน ความหมายของชื่อ Chupa Chups มาจาก คำกิริยาในภาษาสเปน chupar ที่มีความหมายว่าเลีย หรือดูดครับ

จูปาจุ๊ปส์ ถือเป็นแบรนด์ที่โตมากับศิลปะและวัฒธรรมสมัยนิยม (Pop Culture) เพราะขนาดโลโก้ยังถูกออกแบบโดยจิตรกรแนวเซอร์เรียลชื่อดังชาวสเปนอย่าง Salvador Dali และหลังจากนั้นก็ได้นักร้องดังในตำนานระดับคุณแม่มาดอนนา และ Spice Girls มาร่วมโฆษณาอีกด้วย ด้วยคาแรคเตอร์ที่สนุกสนานของจูปาจุ๊ปส์ทำให้เกิดโฆษณารณรงค์การเลิกสูบบุหรี่ โดยเขียนบนห่อลูกอมว่า “Sucking does not kill” แปลว่า “ดูดแล้วไม่ตาย” เพื่อให้คนหันมาดูดจูปาจุ๊ปส์แทนการสูบบุหรี่ครับ



6. พัดสเปน และ Castanet

สำหรับคนที่ไม่อยากซื้อของแบรนด์เนม ผมมีของพื้นเมืองมาแนะนำครับ นั่นก็คือ พัดสเปนลวดลายสวยงามมีขอบเป็นลูกไม้ พัดเหล่านี้มีให้เลือกหลากหลายราคาโดยเริ่มต้นตั้งแต่ 5 ยูโร จนถึง 100 ยูโร เลยก็มี อยู่ที่คุณภาพ และความปราณีดของพัด ก่อนจะตกลงซื้อแนะนำให้เช็คความเรียบร้อยก่อนว่าไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งหัก หรือบิ่น และตัวพัดสามารถปิด-เปิดได้ลื่น ไม่ติดขัดตรงไหน

ส่วน Castanet เป็นเครื่องดนตรีท้องถิ่นประเภทเครื่องเคาะ มีรูปร่างหน้าตากลมๆน่ารัก ทำจากไม้ ที่เอาไว้ใช้ในการแสดงระบำฟลามิงโก้ ระบำประจำชาติสเปน

ทั้ง Castanet และพัดสเปน ล้วนแล้วแต่เหมาะแก่การให้เป็นของฝากมาก เพราะว่าสวย ราคาไม่แพง เป็นของพื้นเมืองที่ดูแล้วรู้ทันทีว่าเป็นสเปน และที่สำคัญคือพกง่าย ไม่เปลืองเนื้อที่ในกระเป๋าเดินทางด้วยครับ



การซื้อของในประเทศสเปนสามารถทำคืนภาษี (Tax Refund) ได้เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆในยุโรป แต่จะต้องมียอดซื้อไม่ต่ำกว่า 90.16 ยูโรขึ้นไป สินค้าทั่วไปจะมีการบวกภาษีอยู่ที่ 21% ครับ

สำหรับอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องลองในสเปน และเรื่องราวของประเทศอื่นๆ สามารถกดไลค์ติดตามเพจ Beeline Tours & Travel และกด See First ที่มุมขวาเพื่อไม่พลาดโพสต่อๆไปนะครับ

. . .

โพสต์ต้นฉบับเมื่อปี 2016 บน Facebook ของบีไลน์ทัวร์:




Photo by javier gonzalez from Pexels
SHARE:

No comments

Post a comment

Blogger Template Created by pipdig