WORK-LIFE BALANCE

Saturday, 25 April 2020

เลือกทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนหลอก!


บทความนี้เขียนขึ้นเมื่อดำรงตำแหน่งเป็น Marketing Communication Manager ที่บริษัทบีไลน์ทัวร์ Beeline Tours & Travel ในช่วงที่มีข่าวบริษัททัวร์ที่เรียกกันว่า "ทัวร์ไฟไหม้" หรือทัวร์ที่ราคาถูกเกินจริงลอยแพลูกค้า เช่น เมื่อลูกค้าไปถึงสนามบินแล้วไม่มีกรุ๊ปไม่ได้เดินทาง หรือทัวร์ที่ไปจองในงานท่องเที่ยวที่จ่ายเงินล่วงหน้าแต่พอจะเดินทางจริงๆบริษัทหายสาบสูญ จึงอยากเขียนเตือน และให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวถึงลิสต์ที่ควรเช็คก่อนจะตัดสินใจซื้อทัวร์

. . .

ตามข่าวที่เป็นประเด็นกันอยู่สักพักในการซื้อทัวร์แล้วถูกลอยแพที่สนามบิน เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่มีข่าวคล้ายๆกันอย่างนี้ทุกปี ไม่ว่าจะเป็นการซื้อทัวร์ที่ไปออกบูธงานท่องเที่ยวก็ตาม คนขายอาจจะพูดจารู้เรื่อง สร้างภาพสวยหรูให้คล้อยตามกับข้อเสนอที่ดีเกินความจริง ซึ่งหลายครั้งก็ทำให้เกิดการผิดหวัง ฟ้องร้อง และดำเนินการทางกฏหมาย และเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ จึงควรตั้งข้อสังเกตให้ดีก่อนตัดสินใจเลือกทัวร์

1. เช็คว่าบริษัททัวร์มีไลเซนส์ (license) รึเปล่า
ไลเซนส์ หรือ license ก็คือใบอนุญาตประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งออกโดยกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทุกบริษัทจะต้องมีเลขที่ ยกตัวอย่างเช่น ของบีไลน์ทัวร์ คือ 11/02737 เป็นต้น ซึ่งคุณสามารถนำเลขที่นี้ไปเช็คกับกรมการท่องเที่ยวได้ว่าบริษัทมีตัวตนจริงหรือไม่ แถมคุณจะสามารถเช็คได้ด้วยว่าบริษัททัวร์เปิดมานานแค่ไหน บางบริษัทอาจจะโฆษณาว่าเปิดมานานแต่นั่นอาจจะเป็นภาพที่สร้างขึ้นมาให้คุณหลงเชื่อก็ได้ ทางที่ดีควรเช็คด้วยตนเองจะดีกว่า

2. เช็คว่าเคยจัดทัวร์ให้บริษัทอะไรบ้าง
ให้เช็คว่าบริษัททัวร์ที่คุณสนใจอยู่เคยจัดทัวร์กรุ๊ปเหมาให้บริษัท หรือองค์กรอะไรบ้าง เช่น บริษัทขนาดใหญ่ และมหาวิทยาลัยชั้นนำ เป็นต้น เพราะกว่าจะจัดทัวร์ให้องค์กรเหล่านี้ได้ต้องผ่านการแข่งขัน และการสกรีนแล้วสกรีนอีกจึงจะจัดทัวร์ให้ได้ เพราะฉะนั้นการเช็คเรื่องนี้จะทำให้คุณมั่นใจมากขึ้นแน่นอน การเช็คว่าองค์กรไหนเคยใช้บริการ อาจจะน่าเชื่อกว่าการที่คุณไปเช็คในพันทิป หรือสื่อออนไลน์อื่นๆ เพราะบนสื่อเหล่านั้น คุณมักจะไม่รู้ว่าคนที่มาโพสเป็นใคร น่าเชื่อถือแค่ไหน มีตัวตนจริงหรือไม่? หรือคนโพสอาจจะเป็นเพียงหน้าม้าที่พยายามจะสร้างกระแสอะไรบางอย่าง นอกจากนี้โพสหลายๆโพสที่คุณเจออาจจะไม่อัพเดทแล้วก็ได้ ก่อนอ่านอย่าลืมเช็ควันที่โพสด้วยนะ

3. เข้าไปดูสถานที่ตั้งของบริษัททัวร์
บางทีเพียงแค่เช็คข้อมูลอาจจะยังไม่เพียงพอ ควรจะเข้าไปดูที่ตั้งของบริษัททัวร์นั้นๆด้วย ว่ามีตัวตนจริง ดูดีน่าเชื่อถือ และตรงตามรสนิยมของคุณรึเปล่า และอย่าเพิ่งดูแต่ภาพลักษ์ภายนอก คุณยังสามารถเช็คได้ว่ามีใบไลเซนส์จริงๆรึเปล่า เพราะตามกฏหมายทุกบริษัทจะต้องติดไลเซนส์ให้เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว และอย่าลืมเข้าไปพูดคุยกับพนักงานในออฟฟิศด้วยละ ถ้าโชคดีคุณอาจจะได้เจอกับตัวเจ้าของกิจการเลยก็ได้

4. เจ้าของกิจการเป็นใคร
ถ้าเป็นไปได้คุณควรจะเช็คด้วยว่าใครเป็นเจ้าของบริษัททัวร์ที่คุณกำลังตรวจเช็คอยู่ แล้วเขามีประวัติอย่างไร เป็นใครมาจากไหน เป็นที่รู้จักในสังคมรึเปล่า ตรงนี้ก็มีส่วน ซึ่งถ้าเป็นคนที่พอจะมีชื่อเสียงในสังคมคงไม่กล้าทำอะไรให้เสียชื่อเสียง เพราะมันไม่คุ้มกันเลย หรือคุณอาจจะเช็คว่าเขาเป็นเพื่อนของคนที่คุณรู้จักรึเปล่า เดี๋ยวนี้โลกกลมจะตายไป

5. ราคานี้เป็นไปได้รึเปล่า
สุดท้ายคุณควรจะอิงจากหลักความเป็นจริงว่าราคาทัวร์ที่แสนจะถูกเป็นไปได้จริงรึเปล่า อ่านรายละเอียดให้ดี หาข้อมูลเพิ่มสักหน่อยว่าราคาในตลาดของบริษัททัวร์ชั้นนำเขาขายกันอยู่เท่าไหร่ จริงอยู่ว่าไม่ใช่ทัวร์ถูกจะต้องหลอกลวงเสมอไป แต่อาจจะมีการลดคุณภาพ และค่าใช้จ่ายแอบแฝงมากมายที่คุณมองไม่เห็น เช่น ราคารวมค่าวีซ่าแล้วรึยัง มีอาหารให้กี่มื้อ คุณภาพของร้านอาหารระดับไหน คุณภาพของโรงแรมกี่ดาว สายการบินที่เลือกใช้คุณภาพเป็นอย่างไร เส้นทางขับรถอ้อมไหม บริการหลังการขายเป็นอย่างไร ราคารวมทิปคนขับรถและไกด์ท้องถิ่นรึยัง เป็นต้น

เมื่อรู้อย่างนี้ก็ยากที่จะเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพแล้ว

. . .

บทความนี้ได้ถูกโพสต์ใน Facebook และ เว็บไซต์ของบีไลน์ทัวร์

SHARE:

No comments

Post a comment

Blogger Template Created by pipdig